เที่ยว 2 มรดกโลก เมืองแห่งรุ่งอรุณ ศรีสัชนาลัย-สุโขทัย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตามธรรมชาติ ป่าไม้ น้ำตก ภูเขา ทะเล ฯลฯ แต่ทว่าวันนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับการเที่ยวในประเทศไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็คือเที่ยวเชิงศิลปะโบราณของไทย

          จ. สุโขทัย เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศไทย หรือหลายท่านเข้าใจว่าเป็นภาคเหนือตอนล่าง ก็ไม่ผิดครับ เพราะ จ.สุโขทัย มีการแบ่งหลักเกณฑ์โดยคณะกรรมารภูมิศาสตร์แห่งชาติและราชบัณฑิตยสภาให้เป็นภาคกลาง ส่วน แบ่งเขตตามการพยากรณ์อากาศและเศรษฐกิจสังคม ให้เป็นภาคเหนือตอนล่าง ซึ่ง จ.สุโขทัยมีอาณาเขตติดต่อกับ จ.แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และลำปาง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดทางเหนือเกือบทั้งหมด  การเดินทางไป จ.สุโขทัย จากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางโดย รถยนต์ หรือ เครื่องบิน แต่ไม่สามารถเดินทางตรงไปยังสุโขทัยโดยรถไฟได้ เนื่องจาก รถไฟไม่ตัดผ่าน จ.สุโขทัย แต่สามารถไปลงรถไฟที่ จ.พิษณุโลก และต่อรถขึ้นมาสุโขทัยได้ สำหรับครั้งนี้เราจะพาทุกท่านเหินฟ้ามาลงที่สนามบินสุโขทัย ซึ่งมีสายการบินเดียวที่บินตรงมาลงที่สุโขทัยได้ก็คือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชั่วโมง หลับตื่นเดียวก็ถึงครับ

 

            เมื่อมาถึง จ.สุโขทัย เราสามารถเช่าขับรถเที่ยวได้ที่สนามบินสุโขทัยเลยครับ ซึ่งเรากำหนดจะเที่ยวสุโขทัยทั้งหมด 3 วัน สนามบินสุโขทัยอยู่ห่างไปจากเมืองเก่าสุโขทัยที่เป็นที่ตั้งของ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยประมาณ 40 กิโลเมตร แต่เพื่อไม่ให้เป็นการย้อนไปย้อนมา เราจะเดินทางไปสถานที่ไกลจากที่พักก่อน ก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็น อุทยานประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งขับออกจากสนามบินแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลย 1201 ประมาณ 30 กิโลเมตรก็จะถึงอุทยานฯ สามารถสังเกตป้ายตามทางไปได้เลยครับมีตลอดทาง

 

ด้านหน้าของอุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย

       

            เมื่อมาถึงที่อุทยานฯ ท่านสามารถเช่ารถจักรยานหน้าอุทยานเพื่อปั่นเข้าไปชมได้หรือจะเดินชมก็ได้ครับ ค่าเช่าจักรยานคันละ 30 บาท แต่ท่านต้องแลกกับบัตรประชาชนไว้ และอย่าลืมซื้อบัตรเข้าชมอุทยานฯ สำหรับคนไทยท่าน 20 บาท ส่วนต่างชาติ ท่านละ 100 บาท เมื่อพ้นประตูทางเข้าอุทยานฯแล้วท่านอาจจะรู้สึกว่าหลุดไปอีกเมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้านในอุทยานฯ ท่านจะพบกับความเป็นธรรมชาติที่โอบล้อมกับโบราณสถานที่ให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่

           

             โบราณสถานแห่งแรกที่จะพาไปชมกันภายในอุทยานฯ มีชื่อว่า วัดนางพญา ซึ่งเมื่อเดินไปตามทางจะพบเป็นวัดแรก

 

ด้านหน้าโบราณสถานวัดนางพญา

 

ภายในเขตโบราณสถานวัดนางพญา

           

              วัดนางพญา มีส่วนที่สำคัญที่ยังคงเหลือให้ได้ชมกันนั่นก็คือ ลายปูนปั้นที่ผนังวิหารซึ่งเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นเป็นหลักฐานหนึ่งที่สันนิษฐานได้ว่าปลายสมัยสุโขทัยนั้น อยุธยาอาจจะมีบทบาทเข้าไปยังสมัยสุโขทัยแล้ว

 

ภาพรวมผนังวิหารวัดนางพญา

 

ลายปูนปั้นบริเวณผนังวิหาร

             

              เดินชมความงามของลายปูนปั้นที่ยังเหลืออยู่ในไม่กี่ที่ในประเทศไทยที่ลายเป็นปูนปั้นในสมัยของอยุธยาตอนต้น หลังจากนั้นเดินลัดเลาะ ออกมาทางถนนภายในอุทยานฯ เพื่อเดินเท้าไปยัง โบราณสถานที่ถัดไป ประมาณ 30 เมตร ท่านก็จะพบกับเขตบริเวณภายในกำแพงโบราณที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มียอดแหลม หลายๆหลัง เราเดินมาถึงยังเขตบริเวณ วัดเจดีย์ดีเจ็ดแถว ซึ่งมีเจดีย์องค์ประธานเป็นทรงดอกบัวตูม มีเจดีย์ดีลายรวมทั้งหมด 33 องค์ด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในเจดีย์นั้นเป็นเจดีย์ทรงปราสาท ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรกสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความงามยิ่ง

 

วัดเจดีย์เจ็ดแถว เมื่อมองจากฝั่งวัดช้างล้อม

 

พระพุทธปางนาคปรกสมัยสุโขทัย

 

             

                เมื่อชมความงามของเขตวัดเจดีย์เจ็ดแถวแล้ว สามารถเดินข้ามฝั่งถนนไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตวัดเจดีย์ช้างล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณสถานในเขตของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ที่มีความงดงามและทรงคุณค่า

 

บริเวณวัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

 

ลักษณะช้างที่อยู่บริเวณมุมจะมีขนาดใหญ่กว่าทุกตัวบริเวณฐานเจดีย์

 

ลักษณะช้างที่ลายล้อมเจดีย์ วัดช้างล้อม อุทยานศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย
ซึ่งเป็นลักษณะช้างเต็มตัว มีที่เดียวในประเทศไทย

               

                หลังจากเดินชม โบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เหลือบดูเวลาก็เกือบเที่ยง ได้เวลาไปรับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารกลางวันที่เราจะพาไปรับประทานในวันนี้ อยู่ห่างออกไปจากอุทยานฯ เล็กน้อยครับ ชื่อร้านอาหาร ครัวต้นอ้อย ร้านจะมี 2 ส่วนคือ ส่วนที่อยู่ภายในร้านซึ่งติดแอร์ และด้านนอกซึ่งอยู่บริเวณติดกับบึงน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีลมพัดตลอดเวลา สามารถสั่งอาหารแบบจานเดียวหรืออาหารเป็นกับข้าวก็ได้ครับ อาหารกับราคาที่นี่ไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่นัก เนื่องจาก อาหารราคาถูก แต่อาหารอร่อย หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาออกเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้านอาหาร โบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งใน อ.ศรีสัชนาลัย คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดพระปรางค์ บริเวณริมแม่น้ำยม

 

พื้นที่ด้านหน้าของวัดพระปรางค์ หรือวัดมหาธาตุเชลียง

               

                 จากหลักฐานโบราณคดี วัดนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 800 ปี ซึ่งสมัยนั้นขอมได้เรืองอำนาจ ปรางค์ประธานของวัดนี้ก่อด้วยศิลาแลงฉาบด้วยปูน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนต้น สิ่งที่บ่งบอกถึงความเก่าแก่ของวัดแห่งนี้คือ บริเวณซุ้มทางเข้าเขตวัด มีปูนปั้นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่พระพักต์ชี้ให้เห็นว่าวัดนี้มีความเก่าแก่มาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18

 

ปูนปั้นลายพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสี่พระพักต์แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 18

               

               ก่อนจะออกจากเขตพื้นที่เมืองเชลียง จะพาไปชมอีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ ที่หลายคนอาจจะพลาดไปบ้างเพราะไม่ได้เป็นจุดที่สังเกตสักเท่าไหร่ ที่พูดถึงก็คือ สะพานแขวนอายุเกือบร้อยปีที่สร้างข้ามแม่น้ำยม เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพที่สามารถมองเห็นยอดของวัดเขาพนมเพลิงได้และทัศนียภาพของแม่น้ำยมได้อย่างสวยงาม

 

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง
2.สะพานแขวนข้ามแม่น้ำยม
3.สะพานเหล็กข้ามแม่น้ำยม
ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Map

 

สะพานแขวนข้ามแม่น้ำยม

               

              จุดชมวิวอีกหนึ่งจุดที่อยู่ในบริเวณเขตของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ก็คือสะพานเหล็กด้านหลังวัด ซึ่งเป็นสะพานที่สร้างขึ้นมาใหม่สำหรับข้ามแม่น้ำยมเพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปอีกฝั่งซึ่งเป็นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแม่น้ำยมและบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบได้อย่างสวยงามเช่นกัน

 

สะพานเหล็กหลังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง

               

               ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของ จ.สุโขทัย จะเป็นอื่นไปไม่ได้นั่นก็คือ “เครื่องเงินสุโขทัย” สถานที่จะพาไปชมก็คือร้านขายเครื่องเงินสุโขทัยมีชื่อร้านว่า “ร้านไหมเงิน ไหมทอง” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 101 เป็นถนนที่ใช้เดินทางกลับไปยัง อ.เมือง จ.สุโขทัย จำหน่ายเครื่องเงิน เครื่องประดับที่เป็นเครื่องเงินสุโขทัย สำคัญไปกว่านั้นร้านนี้สามารถให้นักท่องเที่ยวที่สนใจในการลงสีบนเครื่องเงินได้ทำและนำกลับเป็นของที่ระลึกด้วย หรือท่านใดที่สนใจจะซื้อเครื่องประดับที่ทำด้วยเงินก็มีให้เลือกกันมากมาย

 

การลงสีบนเครื่องเงิน

 

การใช้ความร้อนเพื่อให้เงินอ่อนตัวเพื่อการขึ้นรูปได้ง่าย

               

                อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ท่านสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ซึ่งสามารถเช่ารถจักรยานด้านหน้าอุทยานฯ ราคาเช่าคันละ 30-40 บาท แล้วแต่รุ่นครับ แต่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนด้วยในการเช่ารถจักรยาน

 

ร้านเช่าจักรยานปั่นหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

 

ด้านหน้าทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

 

บริเวณภายในอุทยานประวัติศาสตร์ จะมีป้ายบอกทางไปแต่ละโบราณสถาน

                   

                  สำหรับการปั่นจักรยานชมภายในอุทยานเพื่อไม่ให้เป็นการสับสน จะเรียงลำดับการชมตามแผนที่ คือ 1.วัดมหาธาตุ, 2.วัดศรีสวาย, 3.วัดตระพังเงิน และ 4.วัดสระศรี ทางเข้าและทางออกจะใช้ประตูเดียวกัน

 

เส้นทางการปั่นจักรยาน เข้าชมโบราณสถาน
1.วัดมหาธาตุ
2.วัดศรีสวาย
3.วัดตระพังเงิน
4.วัดสระศรี

                 

                  โบราณสถานแรกที่จะไปชมเป็นวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดประจำอาณาจักรสุโขทัย ก็คือวัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่มากที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สร้างจากหินศิลาแลง มีคูน้ำลายล้อมและกำแพงอิฐโดยรอบ ซึ่งมีเจดีย์ทรงดอกบัวตูมเป็นเจดีย์ประธาน

 

บริเวณด้านหน้าวัดมหาธาตุซึ่งประกอบไปด้วยคูน้ำและกำแพงอิฐโดยรอบ

 

ปูนปั้นรูปพระสาวกในท่าลีลา รอบฐานเจดีย์วัดมหาธาตุ

 

บรรยากาศภายในกำแพงของวัดมหาธาตุ สุโขทัย

 

เจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูมวัดมหาธาตุ สุโขทัย

               

                โบราณสถานหลังที่สองที่จะพาไปชมกันโดยการปั่นจักรยานภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่เยื้องไปทางซ้ายของวัดมหาธาตุเล็กน้อย ก็คือวัดศรีสวาย ซึ่งเป็นวัดที่น่าสนใจและน่ามาชมอีกวัดหนึ่งภายในอุทยานฯ วัดศรีสวาย มีความเก่าแก่กว่าอาณาจักรสุโขทัยหรือก่อนอาณาจักรสุโขทัยจะเกิดขึ้น ซึ่งทราบได้จากศิลปะแบบเขมรที่สามารถมองเห็นได้จากส่วนต่างๆของสิ่งก่อนสร้างหรือบริเวณปรางค์ มีลักษณะเป็น 3 ปรางค์ ลักษณะคล้ายคลึงกับพระปรางค์สามยอดที่จังหวัดลพบุรี และยังพบทับหลังที่แกะสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์บนหินทรายสีแดงซึ่งปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย

 

วัดศรีสวายเมื่อมองจากด้านหน้าทางเข้า ซึ่งจะเห็นพระปรางค์ทั้งสามยอด

               

                 โบราณสถานแห่งต่อไปคือ วัดตระพังเงิน ซึ่งจะต้องปั่นจักรยานไปด้านหลังของวัดศรีสวายเล็กน้อย คำว่า ตระพัง แปลว่า สระน้ำ ในภาษาขอม ซึ่งก็มีความสอดคล้องกับที่ตั้งของวัดนี้ ซึ่งมีบางส่วนตั้งอยู่กลางสระน้ำ ซึ่งสามารถข้ามไปบริเวณกลางสระน้ำ โดยมีสะพานที่ทางอุทยานฯได้สร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวเพื่อเดินข้ามไปชมได้ และอีกส่วนของวัดที่ไม่ได้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีปรางค์ประธานเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

 

บางส่วนของวัดตระพังเงินที่มีพื้นที่อยู่กลางสระน้ำ

 

ปรางค์ประธานของวัดตระพังเงินทรงพุ่มข้าวบิณฑ์

               

                  โบราณสถานหลังต่อไปซึ่งเป็นหลังสุดท้ายที่อยู่บริเวณภายในเขตเมืองโบราณสุโขทัยก็คือ วัดสระศรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกลางสระน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองสุโขทัย หรือ เรียกสระน้ำนี้ว่า ตระพังตะกวน มีเจดีย์ประธานทรงระฆัง หรือ ทรงลังกา อยู่บริเวณด้านหลังของพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุดภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

 

เจดีย์ประธานทรงระฆัง วัดสระศรี

 

ตระพังตะกวน สระน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองสุโขทัย

 

ทัศนียภาพอันงดงามบริเวณวัดสระศรี

               

                    หลังจากชมความงามภายในกำแพงอุทยานฯ เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไปยังโบราณสถานที่ใครมา จ.สุโขทัย แล้วต้องไปชมและไปสักการะ ก็คือ “พระอจนะ” พระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุม ซึ่งอยู่นอกกำแพงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย หรือที่ชาวสุโขทัยเล่าขานกันว่า “พระพูดได้” สืบเนื่องมาจากในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพขึ้นไปปราบกบฏที่เมืองสวรรคโลก ได้มีการตั้งกองทัพบริเวณวัดศรีชุม ก่อนที่จะมีการเดินทางสมเด็จพระนเรศวรทรงออกอุบายให้นายทหารคนหนึ่งขึ้นไปบริเวณอุโมงค์หลังพระพุทธอจนะพูดให้ขวัญและกำลังใจแก่ทหารที่กำลังจะเดินทางไปปราบกบฏ ซึ่งกลายเป็นที่มาของ “พระพูดได้” ให้ผู้คนชาว จ.สุโขทัย และนักท่องเที่ยวได้บูชาสักการะกัน

 

พระอจนะ พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในมณฑปวัดศรีชุม

 

มณฑปซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธอจนะ หรือ พระพูดได้

             

                  ถ้าจะพูดถึงเรื่องการกินของกิน จ.สุโขทัย ที่มาแล้วไม่ควรพลาดอย่างมากก็คือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ซึ่งหลายท่านน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากมีขายมากมายทั่วประเทศไทย แต่อยากให้ลองของแท้ ของ จ.สุโขทัยเอง สามารถซื้อรับประทานได้ทั่วไป สามารถหารับประทานได้ทั่วไปบริเวณหน้าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งมีจำนวนไม่น้อยตามสองข้างทางที่จะผ่านไปยังแหล่งท่องเที่ยว

 

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย จ.สุโขทัย

               

                  เมื่อเราเดินไปบนพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นดินหรือหญ้าโดยบริเวณนอกอุทยานฯ อาจจะพบกับเศษกระเบื้องแตกหรือเศษภาชนะจานชามที่แตกหัก นั่นอาจจะเป็นเศษชิ้นของวัตถุโบราณที่แตกหักในสมัยสุโขทัย หรือ ที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า “เครื่องสังคโลก” ซึ่งเป็นภาชนะโบราณที่ใช้กันในสมัยสุโขทัย มีลักษณะเป็นภาชนะมีการเคลือบน้ำและนิยมขูดลายไว้ใต้เคลือบน้ำนั้น ซึ่งสีของภาชนะจะมีสีเขียวไข่กา และในปัจจุบันยังสามารถพบบางครัวเรือนของ จ.สุโขทัย ยังคงสืบทอดการทำเครื่องสังคโลกไว้ให้คนปัจจุบันได้เห็นกันอยู่ “สุเทพสังคโลก” ซึ่งเป็นหนึ่งในครัวเรือนที่ยังมีการผลิตเครื่องสังคโลกให้เยาวชน ผู้คนทั่วไป และนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสอยู่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ ตั้งแต่การเริ่ม จนถึงการเผาและออกมาเป็นเครื่องสังคโลกสีเขียวไข่กา อีกทั้งยังมีการให้ทดลอง วาดภาพบนเครื่องภาชนะตามความชอบของผู้วาด ก่อนที่จะนำไปเคลือบ เผา และนำกลับเป็นของที่ระลึกที่เราทำด้วยตนเอง

 

เครื่องสังคโลกในปัจจุบันที่แสดงให้เห็นถึงก่อนการนำไปเคลือบและเผา

 

วาดภาพบนภาชนะสังคโลกก่อนนำไปเคลือบและเผา

 

จานสังคโลกขนาดใหญ่ บริเวณหน้าแหล่งการเรียนรู้ “สุเทพสังคโลก”

               

                 และอีกหนึ่งสถานที่ อยากแนะนำให้ไปทำกิจกรรมเมื่อมาเยือน จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่หาไม่ได้ตามสถานที่ทั่วไป “โครงการเกษตรอินทรีย์” บริเวณท่าอากาศยานสุโขทัย เป็นแหล่งเรียนภูมิปัญญาชาวไทย ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากตั้งแต่การเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้เข้ากับวิถีเกษตรกรรม การชมฝูงควายมากกว่า 200 ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่การเกษตรของคนไทยมาช้านาน การดำนา เอกลักษณ์เกษตรกรรมของชาวสุโขทัย อีกทั้งยังได้ลองขี่หลังควาย ซึ่งควายที่ทางโครงการให้ขี่เป็นควายที่ถูกฝึกให้เชื่องแล้ว ที่โครงการเกษตรอินทรีแห่งนี้มีการผสมพันธุ์ข้ามหอมมะลิขึ้นใหม่ๆ ซึ่งสามารถซื้อเป็นของที่ระลึกก่อนที่จะกลับได้อีกด้วย

 

ฝูงควายกว่า 200 ตัวที่โครงการทำการเลี้ยงและเพราะพันธุ์ในพื้นที่

 

ควายที่เลี้ยงเชื่องแล้ว สามารถให้นักท่องเที่ยวลองขี่ได้

             

               การเดินทางไปยังตัวอาคารของท่าอากาศยานสุโขทัย ก็ไม่ไกลจากโครงการเกษตรอินทรีย์มากนัก เนื่องจากอยู่ในเขตเดียวกัน สายการบินที่ใช้เดินทางกลับมีเพียงสายการบินเดียวเท่านั้นคือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

 

              การเดินทางท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมที่ จ.สุโขทัย ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนคลายได้เท่านั้น ยังเป็นการเปิดหูเปิดตาและได้ทดลองทำสิ่งที่ยังไม่เคยทำ เพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิต เพียงแค่คุณกล้าที่จะก้าวออกไปจากสิ่งเดิมๆ จำเจไม่ว่าจะเที่ยวใกล้ เที่ยวไกล ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการเดินทางแล้วหละครับ